สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) คืออะไร ทำกำไรได้อย่างไร

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) คืออะไร ทำกำไรได้อย่างไร

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) คืออะไร ทำกำไรได้อย่างไร

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) คือ วัตถุดิบหรือสินค้าต้นทุนของกระบวนการการผลิตต่าง ๆ  เช่น น้ำมัน น้ำตาล หรือโลหะมีค่า ซึ่งเป็นที่ต้องการในการผลิตอาหาร พลังงาน หรือเครื่องนุ่งห่ม

เราอาจจะเคยได้ยินกันว่า “ราคางามของทองคำมักมากับข่าวร้าย” นั่นหมายถึงว่า เมื่อไรก็ตามที่มีข่าวร้ายในตลาดหลักทรัพย์ คนมักจะหันมาลงทุนในตลาดทอง จนถูกขนานนามว่าเป็น ที่หลบภัยแสนวิเศษ (safe heaven) ซึ่งหลาย ๆ ท่านทราบกันหรือไม่ว่าทองนั้นแท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ 

สินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร และอะไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ดึงดูดนักลงทุน ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นจะส่งผลอย่างไรต่อตลาด และนักลงทุนสามารถทำกำไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างไร บทความนี้จะครอบคลุมการนำเสนอในประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์เอาไว้

ที่มา https://acmetraderist.com/articles/commodity-goldman

หากสนใจในฟิวเจอร์ส คุณสามารถอ่านบทความ ฟิวเจอร์ส นี้ได้

  • สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ Commodities คือ วัตถุดิบในกระบวนการผลิตสินค้า มีแหล่งผลิตคือธรรมชาติอย่างโลหะและน้ำมัน หรือมนุษย์ต้องรอเก็บเกี่ยวผลผลิตจากธรรมชาติ อย่าง เมล็ดกาแฟ และเนื้อสัตว์
  • ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซื้อขายเงินสด ณ ปัจจุบันเป็น Spot Price แต่ถ้าตกลงกันล่วงหน้าเป็นราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์ส โดยทั่วไป ราคาที่ตกลงกันล่วงหน้าจะสูงกว่าเล็กน้อย แต่ทั้ง Sport Price และราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าล้วนแล้วแต่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน ค่าของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐและอัตราแลกเปลี่ยน การดำเนินการทางเศรษฐกิจมหภาค การเมืองและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ 
  • สามารถลงทุนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงต้องรู้จักการค้าขายกับตลาดจริง ส่วนทางอ้อมเป็นการเปิดสัญญาฟิวเจอร์สหรือลงทุนผ่านไบนารี่ออปชั่น CFD และการเดิมพันสเปรดผ่านโบรคเกอร์
  • สินค้าโภคภัณฑ์ที่น่าจับตามอง คือ ทองแดง ก๊าซธรรมชาติ และกาแฟ ราคาในปัจจุบันยังไม่สูงมากแต่มีสัดส่วนการเติบโตของราคาที่สูงขึ้นในรอบปีและปริมาณการซื้อขายก็สูงด้วย

ทำความรู้จักกับสินค้าโภคภัณฑ์

สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ Commodity

สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ Commodity คือ วัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าสำเร็จรูปที่ขายให้กับผู้บริโภคมากมายในท้องตลาด 

นักลงทุนหรือนักเก็งกำไรสามารถซื้อและขายโภคภัณฑ์โดยตรงได้ด้วยเงินสด หรือสร้างกำไรผ่านการถือครองตราสารอนุพันธ์อย่างฟิวเจอร์ส ออฟชั่นที่ใช้กับฟิวเจอร์ส หรือหน่วยลงทุนของกองทุน ETFs (Exchange Traded Fund) ที่มีราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงอยู่ก็ได้ 

การถือครองสินค้าโภคภัณฑ์หรือหลักทรัพย์อ้างอิงในฟอร์ตฟอลิโอจะช่วยในเรื่องการเสื่อมมูลค่าสินทรัพย์จากเงินเฟ้อ เพราะสินค้าโภคภัณฑ์ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน อย่างโลหะหรือน้ำมันมีคุณสมบัติรักษามูลค่าของตัวมันเอง มักมีมูลค่าในสกุลเงินหนึ่ง ๆ เพิ่มมากขึ้นไล่ทันเงินเฟ้อ 

นอกจากนี้สินค้าโภคภัณฑ์ที่นักลงทุนสนใจอาจจะดูคู่กับหุ้นได้ เพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทจะมีทิศทางสอดคล้องหรือสวนทางกับราคาหุ้นบางตัว เช่น ถ้าหากบริษัทน้ำมันมีปัญหาเรื่องการผลิต หุ้นอาจจะตกลง แต่ราคาน้ำมันจะแพงขึ้น

https://unsplash.com/photos/nHRXNv2qeDE

ราคาซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ด้วยเงินสด และช่องทางซื้อขาย

ราคาและช่องทางการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์

เรียกว่า Spot Price ใช้กับข้อตกลงที่จะดำเนินการทันที ซึ่งต่างจากราคาที่มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้าเรียกว่าฟิวเจอร์ส 

ด้วยเหตุที่ว่าสินค้าโภคภัณฑ์อิงอยู่กับธรรมชาติ ต้องมีการขุดหรือเพาะเลี้ยง ดังนั้นจึงเป็นสินค้าที่มีปริมาณจำกัดในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ผู้ซื้อหลาย ๆ คนมักมีการทำสัญญาช่วงเวลาที่เข้าซื้อและกำหนดราคาล่วงหน้า นี่คือที่มาของสินทรัพย์ทางการเงินที่เรียกว่าฟิวเจอร์ส 

โดยทั่วไปราคาฟิวเจอร์สและ Spot Price จะเป็นตัวเลขที่แตกต่างกัน ราคาฟิวเจอร์สจะขึ้นอยู่กับราคาสปอตปัจจุบันบวกกับต้นทุนการดำเนินการอื่น ๆ เช่น ราคาการจัดเก็บสินค้า ดอกเบี้ย หรือค่าประกัน เป็นต้น

นอกจากตลาดฟิวเจอร์ส นักลงทุนสามารถซื้อและขายหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ได้เลย อย่างบริษัทผู้ผลิตและกระจายสินค้าประเภทน้ำมัน บริษัทแก๊ส บริษัทที่ประกอบอุตสาหกรรมเหมือง หรือบริษัทค้าขายสินค้าเกษตร ส่วนกองทุน ETFs ยังอนุญาตให้นักลงทุนทำการลงทุนทางอ้อมผ่านการถือหน่วยลงทุนแทนที่จะลงทุนโดยตรงซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่าฟิวเจอร์ส และในส่วนของสินทรัพย์ทางการเงินอย่างพันธบัตร มีพันธบัตรประเภทที่อ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งปกติมีอายุ 5 ปี โดยจ่ายผลตอบแทนแปรผันตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิง มักจะออกโดยบริษัทที่ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์

ข้อดีของการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์

สินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดมีมากมาย ราคาที่ผันผวน จะสร้างโอกาสทำกำไรให้แก่นักลงทุนผ่านการเปิดสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures) หรือที่เรียกว่าสัญญาราคาซื้อขายล่วงหน้า แนวโน้มขึ้นลงของราคาเปิดโอกาสให้คะเนได้ว่าราคาจะขึ้นหรือลง การลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์จึงเป็นการใช้ความรู้ที่มีเกี่ยวกับสิ่งของรอบตัวมาทำให้เกิดกำไรเพิ่มเติม

บางสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทอง มีความสามารถในการรักษามูลค่าอย่างยอดเยี่ยม มีคุณสมบัติในการเป็นสมบัติที่ปลอดภัย อย่างที่เรากล่าวมาแล้วเบื้องต้นว่าทองสามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงได้ดี ดังนั้นการลงทุนที่เหมาะสมในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จะช่วยนักลงทุนในเรื่องการบริหารความเสี่ยง 

การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ ข้อดีสำหรับคนเก็งกำไรคือสินค้ามีเทรนให้ทำกำไรชัดเจน ไม่ค่อยมีลักษณะแกว่งแคบในช่วงราคาหนึ่งเหมือนกับค่าเงินหรือหุ้นบางตัว และต้นทุนของมูลค่าสัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์ยังต่ำกว่ามูลค่าสัญญาสกุลเงิน

อย่างไรก็ตาม การเหวี่ยงตัวของราคาก็เป็นความเสี่ยงหนึ่งด้วย ระหว่างช่วงตลาดผันผวนหากไม่มีเงินลงทุนที่มากพอ ผู้ลงทุนอาจจะสูญเสียเงินทั้งหมดได้ แต่ถ้ามีเงินต้นเพียงพอก็อาจได้กำไรถึงสามเท่า สำหรับคนที่มีเงินน้อย กรณีเทรดกับทางโบรกเกอร์ จริง ๆ แล้วซี่งไม่ใช่ว่าเราทำสัญญาจริง ๆ ในการซื้อขายโภคภัณฑ์ แต่ว่าเรากำลังเทรดอยู่บนสัญญา CFD  ‘Contract for Difference’ (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ประเภทหนึ่ง โดยอ้างอิงราคาสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์อีกทีหนึ่ง นักลงทุนสามารถขอใช้เลเวอเรจเพื่อให้ต้นทุนต่ำลงได้ในการเปิดสัญญา แต่ด้วยความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินต้นทั้งหมดเพราะความผันผวน จึงควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเปิดสัญญา ข่าวสารปัจจัยที่กระทบกับราคาของสินค้า และคำนวนขนาดสัญญาที่กำหนดเป็น Lot อย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมความเสี่ยง

ประเภทของสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Product)

สินค้าโภคภัณฑ์มี 3 หมวดหมู่

สินค้าโภคภัณฑ์หนัก (Hard Commodities)

ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทำเหมืองหรือสกัดออกมาได้ เช่น ทอง น้ำมัน ทองแดง และแก๊สธรรมชาติ

สินค้าโภคภัณฑ์เบา (Soft Commodities)

โภคภัณฑ์ที่สามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้ เช่น กาแฟ ธัญพืช ไม้แปรรูป หรือว่าพวกปศุสัตว์ อย่างเนื้อสุกร หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ

บางครั้งสินค้าโภคภัณฑ์จะถูกแบ่งเป็นหมวดหมูเฉพาะได้อีก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งานและกระบวนการที่เกี่ยวข้องในการผลิต เช่น หากถูกขายไปในสภาพที่ใกล้เคียงจากการสกัดหรือเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติ จะเรียกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นต้น (Primary Commodities) ด้วย

Photo by Kristijan Arsov on Unsplash

จำแนกตามหมวดหมู่เฉพาะของสินค้า

  • พลังงาน: แหล่งพลังงานพื้นฐานที่ใช้ในทุกแวดวง เช่น น้ำมันดิบ แก๊สโซลีน และน้ำมันเตา
  • โลหะ: โภคภัณฑ์ที่มีการทำเหมือง เช่น ทอง ทองแดง เงิน และแพลเลเดียม
  • เกษตรกรรม: โภคภัณฑ์เพาะปลูกสำหรับการบริโภค เช่น น้ำตาลและกาแฟ หรือเครื่องนุ่งห่มและวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง
  • ปศุสัตว์และเนื้อ เนื้อแปรรูปสำหรับการบริโภคเป็นอาหาร เช่นเดียวกับสินค้าในกลุ่มของหนังสัตว์และเจลาติน

สินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นที่นิยมในไทย นอกจาก ‘ทองคำ’ ที่มีไว้รักษามูลค่าแล้ว ยังมีถั่วเหลือง น้ำตาล และเนื้อสัตว์ซึ่งหลัก ๆ คือ กุ้งและไก่ซึ่งไทยถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่

หากคุณสนใจเก็งกำไรในสินค้าโภคภัณฑ์ Mitrade มีให้เลือกเทรดส่วนต่างสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคา Spot และราคา Futures ที่เลเวอเรจ 1:100 ดังต่อไปนี้

สัญลักษณ์ชื่อคำอธิบาย
XAUUSDGoldราคาทองคำ Spot ดอลลาร์สหรัฐ
XAGUSDSilverราคาโลหะเงิน Spot ดอลลาร์สหรัฐ
XPTUSDPlatinumราคาแพลทินัม Spot ดอลลาร์สหรัฐ
USOILWTIราคาน้ำมันดิบชนิด WTI Crude Oil เป็น US dollar ต่อ หน่วย 1 Barrels
UKOILBrentราคาน้ำมันดิบชนิด Brent Crude Oil เป็น US dollar ต่อ หน่วย 1 Barrels
NATGASNatural Gasราคาก๊าซธรรมชาติ Spot ดอลลาร์สหรัฐ
XPDUSDPalladiumราคาแพลเลเดียม Spot ดอลลาร์สหรัฐ
ALUMINIUMAluminiumราคาอะลูมิเนียม Spot ดอลลาร์สหรัฐ
COFFEECoffeeราคากาแฟ Spot ดอลลาร์สหรัฐ
COPPERCopperราคาโลหะทองแดง Spot ดอลลาร์สหรัฐ
SUGARSugarราคาน้ำตาล Spot ดอลลาร์สหรัฐ
UKOIL-FBrent Futuresตลาด Futures น้ำมันดิบชนิด Brent Crude Oil
USOIL-FWTI Futuresตลาด Futures น้ำมันดิบชนิด WTI Crude Oil

ที่มา https://www.mitrade.com/th/financial-products/commodities 

มีปัจจัยใดบ้างส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์? และวิธีทำกำไร

ปัจจัย

สินค้าโภคภัณฑ์เหมือนกับสินค้าทั่วไปที่ราคาสัมพันธ์กับปริมาณการขาย 

แต่เนื่องจากการผลิตหรือได้มาซึ่งโภคภัณฑ์นั้นไม่ได้ทำได้อย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา ผู้ผลิตทำได้แค่การวางแผน ดังนั้น ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวหรือเกิดการเปลี่ยนแแปลงใด ๆ กับแหล่งผลิต ทำให้มีปริมาณไม่มาก ช่วงนั้นสินค้าจะมีราคาแพง ตัวอย่างเช่น น้ำมันดิบ WTI ร่วงเกือบ 2.7% เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เพราะผู้บริโภคหวั่นว่าน้ำมันกำลังเกินดุล 

ที่มา https://www.eia.gov/todayinenergy/detail.php?id=50618

ในส่วนของค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ต้องดูว่าค่าเงินในเศรษฐกิจหนึ่ง ๆ มีความสัมพันธ์กับสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทไหนมากเป็นพิเศษ สินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจจะทำให้สกุลเงินของเศรษฐกิจนั้น ๆ สูงขึ้นไปด้วย 

นอกจากนี้ในเรื่องเศรษฐกิจอย่างการส่งสัญญาณพิมพ์ธนบัตรเพิ่มของสหรัฐอเมริกา (นโยบาย QE หรือ Quantitative Easing) ทำให้ทองคำมีราคาพุ่งสูงขึ้นพ้นระดับ 1,800 ดอลลาร์ต่ออนซ์ หรือผลตอบแทบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงก็ทำให้ราคาทองคำขึ้นเพราะคนหวั่นเรื่องเงินเฟ้อ 

ที่มา https://www.mining.com/chart-of-the-day-golds-111-rise-from-qe1-to-qe3-43157/

หรือกระทั่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ภาคการผลิตไม่เดินหน้า กลายเป็นสาเหตุให้น้ำมันราคาตก

นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัจจัยทางการเมืองที่ทำให้ผู้บริโภคหรือภาคธุรกิจมั่นใจหรือขาดความมั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถ้ามั่นใจก็จะเป็นปัจจัยกดราคาทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจจะทำให้เกิดกำแพงภาษีหรือลดกำแพงภาษี อาจจะเป็นผลให้เกิดต้นทุนต่อสัญญาในบางภูมิภาคหรือบางช่วงเวลาแพงขึ้น 

และพฤติกรรมของเทรดเดอร์ที่ซื้อขายสัญญาเองเป็นส่วนหนึ่งของกลไกอุปสงค์ก็มีผลต่อราคาได้ ถ้ามีความต้องการมากกว่าที่เสนอขายอยู่ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะแพงขึ้น

วิธีการเก็งกำไร (Arbitrage Strategies) 

① Cash-and-Carry Arbitrage (ราคาปัจจุบันชำระด้วยเงินสด และราคามูลค่าตามสัญญาที่ซื้อขายในวันที่กำหนด)

กลยุทธ์นี้มุ่งหวังที่จะใช้การกำหนดราคาอย่างไม่มีประสิทธิภาพของสินทรัพย์ที่ราคาเงินสดและราคาซื้อขายสินค้าล่วงหน้าเพื่อทำกำไร เป็นการทำกำไรจากผลต่างของราคาในสองตลาด โดยซื้อสินค้าชนิดเดียวกันจากตลาดที่ราคาถูกกว่ามาขายในตลาดที่ราคาแพงกว่า หรือตั้งใจซื้อสินค้าจริงเพื่อมาขายคู่กับการทำสัญญาราคาขายล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว จากนั้นมอบสินค้าตามราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 

ตัวอย่างเช่น สินค้าโภคภัณฑ์ปัจจุบันซื้อขายที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 5 ดอลลาร์สหรัฐเป็นต้นทุนตามบัญชี และมีสัญญาฟิวเจอร์สสำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน 108 ดอลลาร์สหรัฐ กลยุทธ์นี้จะทำกำไรได้เมื่อนำสินค้าโภคภัณฑ์มาส่งมอบตามราคาในสัญญาฟิวเจอร์ส จะทำกำไรได้มาเพิ่ม 3 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อหักต้นทุนตามบัญชีแล้ว

กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะกำไรเกิดขึ้นได้เมื่อสัญญาฟิวเจอร์สสามารถทำเงินได้จากส่วนต่างเท่านั้น และต้นทุนเพิ่มเติมอย่างต้นทุนทางบัญชีบางครั้งก้อาจจะมีมูลค่าเพิ่มเติมขึ้นมากว่าที่คาดไว้ก่อนล่วงหน้า

② Futures Spread (ส่วนต่างราคาระหว่างสัญญาฟิวเจอร์สสองฉบับ)

ผู้เก็งกำไรซื้อและขายฟิวเจอร์สโดยอ้างอิงสินค้าโภคภัณฑ์ตัวเดียวกันเพื่อกินส่วนต่างจากราคาที่แตกต่าง เน้นไปที่การซื้อสัญญาฟิวเจอร์สหนึ่งและขายไปเพื่อซื้ออีกหนึ่งสัญญาฟิวเจอร์เพื่อทำกำไรต่อไป การซื้อขายแบบคำนึงถึงส่วนต่างหรือสเปรดมีความผันผวนและเสี่ยงน้อยกว่าในการซื้อขายเมื่อเทียบกับการซื้อขายล่วงหน้าแบบ Cash-and-Carry Arbitrage 

ตัวอย่างเช่น สัญญาของสินค้าโภคภัณฑ์ วันที่ 31 มีนาคม ซื้อขายที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย และสัญญาของสินค้าโภคภัณฑ์เดียวกัน วันที่ 30 มิถุนายน ซื้อขายที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย นักเทรดสามารถตัดสินใจได้ในตอนสัญญาหมดอายุเดือนมีนาคมว่าจะทำการขายสัญญาฟิวเจอร์สเดือนมีนาคมและซื้อสัญญาฟิวเจอร์สของเดือนมิถุนายนแทนหรือไม่ โดยต้องใช้การคาดคะเนราคาในอนาคตของสินค้าโภคภัณฑ์ประกอบการตัดสินใจ

③ Inter-exchange strategy ([สินค้าเดียวกันภายใต้อัตราแลกเปลี่ยนต่างกัน)

แต่ละภูมิภาคหรือประเทศมีราคาตลาดของตนสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากต้นทุนเพื่อให้ได้มาและการกระจายสินค้าไม่เท่ากัน รวมถึงปริมาณอุปสงค์และอุปทาน และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นที่มาให้เมื่อซื้อขายในตลาดที่ต่างกันจะมีส่วนต่างเป็นผลตอบแทน

ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม สัญญาฟิวเจอร์สซื้อขาย 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อการแลกเปลี่ยนเงินสกุลที่หนึ่ง และซื้อขายได้ 550 ดอลลาร์สหรัฐต่อการแลกเปลี่ยนเงินสกุลที่สอง เมื่อพบโอกาสทำกำไรเช่นนี้ นักเทรดสามารถซื้อสัญญาฟิวเจอร์สในเงินสกุลที่หนึ่งและขายสัญญาฟิวเจอร์สในเงินสกุลที่สอง จะทำกำไรได้ 50 ดอลลาร์สหรัฐ

④ Inter-commodity strategy (สินค้าเกษตรกรรม ระหว่างถั่วเหลือง และข้าวโพด, ข้าวโพดและข้าวสาลี, น้ำมันต่าง ๆ และไขมัน + โลหะ ระหว่างทองแดง อะลูมิเนียม และสังกะสี + สัญญาอ้างอิงทางการเงิน อย่างกองทุนรวมดัชนีในหลาย ๆ ประเทศ)

เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าโภคภัณฑ์ว่ามีราคาไปในทางเดียวกันหรือต่างกัน แล้วทำการเปิดสัญญาหรือซื้อฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับสินค้าที่คาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นมากกว่าหรือน้อยกว่า และขายสัญญาหรือฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับสินค้าที่คาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นน้อยกว่าหรือปรับลงมากกว่า

ตัวอย่างเช่น ข้าวสาลีและข้าวโพด ถ้าราคาห่างกันที่ 1.5 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาของข้าวสาลีจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวโพด ในทางกลับกัน ถ้าความแตกต่างของราคาหดตัวลง มาที่ 0.9 ดอลลาร์สหรัฐ ต้นทุนการซื้อขายข้าวสาลีมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับข้าวโพด (ใช้ข้าวสาลีมากขึ้นเพื่อแลกกับข้าวโพดเท่าเดิม) ด้วยความเข้าใจนี้ เมื่อราคาสินค้าทั้งสองห่างกันมาก นักเทรดสามารถซื้อสัญญาฟิวเจอร์สข้าวสาลีและขายสัญญาฟิวเจอร์ข้าวโพด แต่หากคะเนว่าในอนาคตจะมีช่วงที่ราคาหดตัวเกิดขึ้น นักเทรดสามารถเปิดสถานะซื้อฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับข้าวโพด และขายฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับข้าวสาลีเพื่อทำกำไร

⑤ Arbitrage between upstream and downstream related species (ส่วนต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ปลายทางและสินค้าต้นทาง) ต้องเข้าใจห่วงโซ่อุปทาน สินค้าโภคภัณฑ์มีการดำเนินการพัฒนามาเป็นสินค้าอย่างไร ถ้าเล็งเห็นถึงสินค้าปลายทางแและต้นทางว่าจะมีส่วนต่างราคาสูงขึ้น เช่น ถั่วเหลือง สามารถนำไปผลิตไขถั่วเหลืองได้ สามารถซื้อสัญญาฟิวเจอร์ของถั่วเหลืองไว้ก่อน และขายสัญญาฟิวเจอร์สของไขถั่วเหลืองในช่วงเวลาเดียวกันหากทราบว่าราคาไขถั่วเหลืองจะเพิ่มสูงขึ้น

ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์อย่างไร? 

การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ โดยทั่วไปเหมาะกับการลงทุนระยะสั้น เพราะความเสี่ยงสูงจากราคาผันผวน หากยิ่งลงทุนนาน ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มสูงตามไปด้วย แม้จะมีโอกาสที่จะได้กำไรแต่ก็มีโอกาสขาดทุนสูงอยู่ไม่น้อย และโดยธรรมชาติของสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนหนึ่งก็ไม่สามารถเก็บรักษาได้นานด้วย ดังนั้นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจึงอยู่ในขอบเขตเวลาที่กำหนด 

① เทรดกับตลาดหลักทรัพย์

ซื้อขายฟิวเจอร์ใน TFEX (Thailand Futures Exchange)  สามารถส่งคำสั่งซื้อขายเหมือนกับหุ้น และถ้าผู้ลงทุนไม่อยากมีภาระผูกพัน ก็สามารถล้างภาระผูกพันโดยทำรายการปิดสถานะ โดยเปิดรายการที่มีสถานะตรงกันข้าม อย่างกรณีเปิด Long ก็สามารถปิด Short ได้ เมื่อคู่สัญญาได้รับการจับคู่ในระบบก็เป็นอันเสร็จสิ้น

② เทรดกับโบรกเกอร์ออนไลน์

มีลักษณะเป็นอนุพันธ์อ้างอิงอยู่บนราคาซื้อขายหรือราคาตามสัญญา เช่น ไบนารี่ออปชั่น (นักลงทุนตัดสินใจว่าราคาขึ้นหรือลง), CFDs (นักลงทุนตัดสินใจเลือกราคาที่คาดในอนาคต) และการเดิมพันสเปรด (สะดวก, ใช้งานง่าย, เป็นที่นิยมแพร่หลายขึ้น)

เช่น เทรดกับ Mitrade.com โบรกเกอร์ที่นำเสนอ CFDs สำหรับการเก็งกำไร มีแพลทฟอร์มทันสมัยใช้งานง่ายในการเปิดสัญญาซื้อและขาย ทาง Mitrade.com นำเสนอทางเลือกการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งโภคภัณฑ์หนักอย่างโลหะมีค่าและโลหะที่ใช้ในการผลิตในอุตสาหกรรม และโภคภัณฑ์เบาอย่างกาแฟซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในการเก็งกำไรด้วยปริมาณการซื้อขายในตลาดจากความนิยมของผู้บริโภค 

เมื่อนักเทรดเปิดบัญชีซื้อขายแล้วสามารถใช้บทวิเคราะห์ และติดตามข่าวสารได้จากเว็บไซด์และแอปพลิเคชัน  เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์

การเทรดกับ Mitrade.com ไม่มีค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมข้ามคืน สำหรับทองคำ สามารถซื้อขาย ด้วยมาร์จิ้นสูงถึง 100  เท่าของเงินต้น นอกจากนี้ ยังมี 6 หุ้นเด่นของสหรัฐ, 5 ฟอเร็กซ์คู่สกุลเงิน, และ 12 ดัชนีอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยม และสกุลเงินดิจิตอล เช่น Bitcoin Ethereum ฯลฯ ให้สามารถเลือกลงทุนได้

สินค้าโภคภัณฑ์ที่ Mitrade.com มีให้เลือกหลากหลายดังที่ได้กล่าวในตอนต้น ตารางที่ปรากฎต่อไปประกอบด้วยรายละเอียดของแต่ละสินค้าโภคภัณฑ์ ดังนี้

  • ขนาดขั้นต่ำของคำสั่งหยุดออเดอร์
  • สเปรด
  • ขนาดสัญญาซื้อขาย
  • ขนาดสูงสุดของคำสั่งซื้อขาย
  • ขนาดต่ำสุดของคำสั่งซื้อขาย
สัญลักษณ์ชื่อขนาดขั้นต่ำของคำสั่งหยุดออเดอร์สเปรดขนาดสัญญาซื้อขายขนาดสูงสุดของคำสั่งซื้อขายขนาดต่ำสุดของคำสั่งซื้อขาย
UKOILน้ำมันดิบ Brent100.091000100.01
USOILน้ำมันดิบ WTI100.061000100.01
XAGUSDเงิน400.0345000300.01
XAUUSDทอง1500.5100300.01
XPDUSDแพลทินัม250024.92100100.1
XPTUSDแพ4003.3050100.1
COPPERทองแดง10033.625100.01
ALUMINIUMอลูมิเนียม10021.625100.1
NATGASก๊าซธรรมชาติ150.00810000100.1
USOIL-FWTI Future100.071000100.01
UKOIL-FBrent Future100.071000100.01
SUGARน้ำตาล100.05112000100.01
COFFEEกาแฟ300.2837500100.01

ที่มา https://www.mitrade.com/th/support/contract-specifications#linkTo-Commodities

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Market)

สินค้าที่มีศักยภาพและน่าลงทุนมากที่สุดในปัจจุบัน หลายคนอาจคิดถึงทองเพราะเทรดง่ายขายคล่อง ได้ยินจากข่าวบ่อย แต่จริง ๆ แล้วเมื่อพิจารณาตัวเลือกในกลุ่มของโลหะ อ้างอิงจากตัวเลขใน investing.com ทองแดงกำลังเป็นที่น่าจับตามอง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาทองแดงขยับขึ้นถึง 54.96% และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา 22.78% ส่วนกลุ่มอื่น เช่น สินค้าพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ ราคาปรับขึ้น 52.9% กลุ่มสินค้าเกษตร กาแฟ ราคาปรับขึ้น 87.84% (ที่มา https://th.investing.com/commodities/)

ช่วงเวลาการซื้อขาย

ชั่วโมงการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ จะไม่ได้ซื้อขายกัน 24 ชั่วโมง มีช่วงเวลาเปิดปิด และขึ้นอยู่กับภูมิภาค ต้องตรวจสอบตารางเวลากับทางโบรคเกอร์ที่อนุญาตให้เทรดได้

ที่ Mitrade ตารางเวลาสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์หลัก ตามเวลาของประเทศไทยเป็นดังนี้

สัญลักษณ์ชื่อชั่วโมงการซื้อขายรายสัปดาห์
UKOILน้ำมันดิบ Brentวันจันทร์ : 06:00-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์ : 00:00-05:00,08:00-24:00วันเสาร์ : 00:00-05:00, ปิดวันอาทิตย์
USOILน้ำมันดิบ WTIวันจันทร์ : 06:00-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์: 00:00-05:00,06:00-24:00วันเสาร์ : 00:00-05:00, ปิดวันอาทิตย์
XAGUSDเงิน
XAUUSDทอง
XPDUSDแพลเลเดียม
XPTUSDแพลทินัม
COPPERทองแดงวันจันทร์ : 08:00-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์ : 00:00-02:00,08:00-24:00วันเสาร์ : 00:00-02:00, ปิดวันอาทิตย์
ALUMINIUMอลูมิเนียม
NATGASก๊าซธรรมชาติวันจันทร์ : 06:00-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์: 00:00-05:00,06:00-24:00วันเสาร์ : 00:00-05:00, ปิดวันอาทิตย์
USOIL-FWTI Future
UKOIL-FBrent Futureวันจันทร์ : 06:00-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์ : 00:00-06:00,08:00-24:00วันเสาร์ : 00:00-05:00, ปิดวันอาทิตย์
SUGARน้ำตาลวันจันทร์ : 15:30-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์ : 00:00-01:00,15:30-24:00วันเสาร์ : 00:00-01:00, ปิดวันอาทิตย์
COFFEEกาแฟวันจันทร์ : 16:15-24:00วันอังคาร ถึง วันศุกร์ : 00:00-01:30,16:15-24:00วันเสาร์ : 00:00-01:30, ปิดวันอาทิตย์

ที่มา https://www.mitrade.com/th/support/contract-specifications#linkTo-Commodities

บทส่งท้าย

รอบตัวของเราแวดล้อมและเกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์มากมาย การลงทุนในหุ้นหรือสกุลเงินก็ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เพราะมีอิทธิพลส่งถึง หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันเราก็ต้องสนใจสินค้าโภคภัณฑ์อยู่บ้างเพราะเกี่ยวข้องกับค่าครองชีพที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง การหันมาเทรดสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มเติมเพื่อการเก็งกำไรจึงเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะได้ใช้ข้อมูลข่าวสารที่ต้องศึกษาอยู่แล้วมาประกอบการตัดสินใจ  

การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทอง ยังช่วยในการบริหารความเสี่ยงจากผลกระทบของเงินเฟ้อหรือความผันผวนในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ยังประกอบด้วยการซื้อขายสินค้าอื่น ๆ มากมายที่ล้วนแล้วแต่เปิดให้เก็งกำไรผ่านสัญญากำหนดราคาล่วงหน้าหรือฟิวเจอร์สด้วย เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะปรับเปลี่ยนอ้างอิงกับฤดูกาลและปัจจัยอื่น ๆ ทางเศรษฐกิจและสังคม หากเข้าใจสินค้าและคาดการณ์ให้ดี การลงทุนผ่านสัญญาฟิวเจอร์สคือช่องทางทำกำไรที่ดีสำหรับนักเทรด

ปัจจุบันในประเทศไทยสามารถซื้อขายฟิวเจอร์สได้ที่ TFEX (Thailand Futures Exchange) หรือเพื่อความสะดวกสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ หรือนักเทรดที่สนใจการลงทุนในไบนารี่ออฟชั่น CFD หรือการเดิมพันสเปรดอาจเริ่มลงทุนกับโบรกเกอร์ FOREX อย่าง Mitrade ที่ Mitrade.com

คำถามที่พบบ่อย FAQ

สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น คือ?หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ มีอะไรบ้าง?

สินค้าโภคภัณฑ์เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้มูลค่าจากทรัพยากรทางกายภาพ เช่น น้ำมันดิบ ราคาของน้ำมันดิบสะท้อนความเชื่อของผู้คนในตลาดน้ำมันในอนาคต หุ้นของสินค้าโภคภัณฑ์ คือห้นของกิจการที่ทำเกี่ยวกับสินค้าอุปโภค บริโภค เช่น บริษัทน้ำมัน บริษัทจำหน่าย แปรรูปอาหาร เป็นต้น

Commodity price คือ?ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เหล็ก

Commodity price คือราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงตามความต้องการในตัวสินค้าและปัจจัยอื่น ๆ เช่น หากต้องการข้าวโพดมาก ราคาข้าวโพดอาจสูง จึงควรตดตามต่อเนื่องเพื่อหาจังหวะขายทำกำไรในยามที่ราคาขึ้น ส่วนราคาของเหล็กก็เช่นกัน ราคาจะขึ้นกับความต้องการ ที่ผ่านมาเรษฐกิจชะลอตัวจาก COVID-19 การก่อสร้างก็ชะงักลง เวลานั้นราคาของเหล็กก็ลดลง

Commodity Composite Index คือ

Commodity Composite Index คือดัชนีคำนวณราคาสินค้าโภคภัณฑ์ห้าชนิด ได้แก่ แร่เงิน น้ำมันดิบ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี และข้าวโพด จากค่าเฉลี่ยราคาปิดของแต่ละรายการ

CCI ถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการติดตามประสิทธิภาพของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ใช้แพร่หลายโดยธนาคารเพื่อการลงทุน นายหน้า ผู้จัดการกองทุน ฯลฯ

Anti-Commodity คือ

Anti-Commodity คือ การที่อนุพันธ์ทางการเงินที่มีมูลค่าลดลงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจงลดลง เช่น หากคุณเชื่อว่าราคาทองคำจะลดลงในระยะยาว คุณอาจซื้อฟิวเจอร์สทองคำเพื่อขาย หรือการเทรดมาร์จิ้นก็อาจเป็นหนึ่งทางเลือกสมมติฐานของคุณถูกต้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *